
บริษัท AG&P LNG (เครือ Nebula Energy ของสหรัฐฯ) ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) ของท่าเรือ Cai Mep นครโฮจิมินห์ จากบริษัท Hai Linh Co., Ltd. จากเดิมที่ถือหุ้นร้อยละ 49 เป็นร้อยละ 100 โดยยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คลัง LNG ท่าเรือ Cai Mep (เปิดดำเนินการในปี 2568) ถือเป็นหนึ่งในสองสถานีรับนำเข้า LNG ที่กำลังดำเนินงานในเวียดนาม โดยมีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิตได้สูงสุด 6 ล้านตันต่อปี โครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วยถังเก็บบนบก 3 ถัง ความจุรวม 220,000 ลูกบาศก์เมตร และมีสถานีบรรจุก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) และ LNG สำหรับรถบรรทุกรวม 14 แห่ง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการกระจายก๊าซสู่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้ปลายน้ำ
ในเชิงยุทธศาสตร์ คลังท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรม Phu My และมีระบบท่อส่งก๊าซไปยังกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมราว 3.9 กิกะวัตต์ ส่งผลให้โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการผลิไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง LNG (LNG-to-power)” ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศ
ด้านบริษัท Hai Linh ระบุว่าการขายหุ้นครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังธุรกิจน้ำมันและโครงการโรงไฟฟ้าได้มากขึ้น เช่น โครงการโรงไฟฟ้า Hiep Phuoc ขณะที่ Nebula Energy มองว่าการเข้าถือครองคลัง LNG ท่าเรือ Cai Mep อย่างเต็มรูปแบบถือเป็นก้าวสำคัญของ AG&P LNG และยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเวียดนามไปสู่ความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ AG&P LNG ระบุเพิ่มเติมว่า การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเร่งการขยายกำลังการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายก๊าซไปยังตลาดปลายน้ำ และเสริมความเชื่อมโยงกับเครือข่าย LNG ระดับโลกของบริษัทแม่ ในขณะที่ความต้องการพลังงานสะอาดในเวียดนามยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคลัง LNG ท่าเรือ LNG Cai Mep จึงถูกคาดหมายว่าจะมีบทบาทสำคัญในการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การเข้าลงทุนของ Nebula Energy จะช่วยยกระดับการพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน LNG ของเวียดนาม และเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว เวียดนามจำเป็นต้องพัฒนากรอบนโยบายและกฎระเบียบที่ต้องเอื้อต่อการพัฒนา LNG-to-power อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงเร่งพัฒนาความพร้อมของโครงข่ายท่อส่งและโครงสร้างพื้นฐานรองรับที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Tuoi Tre เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569