
บริษัท Home Credit Vietnam ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในเวียดนามได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินประจำปี 2567 ที่แสดงถึงการเติบโตอย่างโดดเด่นทั้งในด้านผลกำไร สินทรัพย์ และคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ในเครือบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX)[1] จากประเทศไทย เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริษัทฯ ในช่วงต้นปี
จากข้อมูลที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฮานอย (HNX) บริษัท Home Credit มีกำไรหลังหักภาษีสูงถึง 1.291 ล้านล้านด่ง (50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 3.44 เท่า จากปี 2566 ซึ่งนับเป็นกำไรสูงสุดนับตั้งแต่มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินบน HNX ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนกำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(ROE) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 5.56 เป็นร้อยละ 17.92 สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุนที่สูงขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ อัตราหนี้เสีย (NPL) ยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากร้อยละ 2.49 เมื่อปี 2566 เหลือเพียงร้อยละ 1.76 แสดงถึงการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้โครงสร้างบริหารใหม่
ในช่วงสิ้นปี 2567 สินทรัพย์รวมของบริษัท Home Credit Vietnam สูงถึง 27.337 ล้านล้านด่ง (1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคล และยอดคงค้างสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 ขณะที่ในด้านความมั่นคงทางการเงิน อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ร้อยละ 9 อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงฐานทุนที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในอนาคต
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ซึ่งเป็นสมาชิกของ SCBX ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการของบริษัท Home Credit Vietnam โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 800 ล้านยูโร หรือประมาณ 870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในครึ่งแรกของปี 2568 โดยถือเป็นข้อตกลงการควบรวมและซื้อกิจการของบริษัทการเงินในเวียดนามที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 รองจากข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการของบริษัท FE Credit ร้อยละ 49 โดย SMBC Group ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2564 ด้วยมูลค่าการลงทุน 1.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน บริษัท Home Credit Vietnam ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในภาคการเงินและตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในเวียดนาม โดยมีส่วนแบ่งการตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 คิดเป็นประมาณร้อยละ 14 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด มีพนักงานจำนวน 6,000 คน และให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนทั่วประเทศ
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว (1) CafeF เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568
(2) Nguoi Lao Dong เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568
[1] หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย