
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามได้ออกคำสั่งที่ 1509/QD-BCT อนุมัติแนวทางดำเนินการตามแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติฉบับที่ 8 (แผน PDP8) ฉบับปรับปรุง สำหรับช่วงปี ค.ศ. 2021-2030 (พ.ศ. 2564-2573) โดยมีวิสัยทัศน์จนถึงปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ซึ่งได้กำหนดให้โรงไฟฟ้าก๊าชธรรมชาติเหลว (LNG) สองแห่งแรกของเวียดนาม สามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2568
โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งข้างต้น ได้แก่ (1) โรงไฟฟ้า Nhon Trach 3 ซึ่งได้รับการเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนสิงหาคม และ (2) โรงไฟฟ้า Nhon Trach 4 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในจังหวัดด่งนาย พัฒนาโดยบริษัท PV Power ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Petrovietnam[1] ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการออกแบบให้จ่ายไฟฟ้าได้ 9,000-12,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของอุปสงค์ไฟฟ้าในจังหวัด
ตามแผน PDP8 ฉบับปรับปรุง เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก LNG รวม 22,524 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 ซึ่งนอกจากโรงไฟฟ้าสองแห่งดังกล่าวแล้ว เวียดนามยังได้เร่งพัฒนาโรงไฟฟ้า LNG อื่นอีก 11 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปี 2571-2572 รวมถึงยังมีแผนที่จะเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้า LNG เพิ่มเติมอีก 7 โครงการในอนาคต โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากนักลงทุนต่างประเทศ หรือเป็นโครงการที่เปิดประมูลเพื่อลงทุน
ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามได้ออกมาตรการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม LNG ในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยได้ปรับลดภาษีนำเข้า LNG จากร้อยละ 5 เหลือร้อยละ 2 และรับประกันการซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ LNG นำเข้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี
อนึ่ง การนำเข้าLNG จากสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของเวียดนามในการลดการเกินดุลการค้าระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว The Investor เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568
[1] รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานขนาดใหญ่ของเวียดนาม