
นครโฮจิมินห์ได้เดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC) ของนครฯ ผ่านการเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์
การเข้าร่วมเวที WEF ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนครโฮจิมินห์ในการยกระดับบทบาทของนครฯ บนแผนที่การเงินระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ WEF เชิญผู้นำระดับท้องถิ่นของเวียดนามเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงถึงการยอมรับบทบาทของนครโฮจิมินห์ในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ
นาย Hoang Nguyen Dinh รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ ได้เน้นย้ำถึงบริบทการพัฒนาใหม่ของนครโฮจิมินห์ภายหลังการควบรวมกับจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่า และจังหวัดบิ่ญเซือง ซึ่งส่งผลให้นครฯ กลายเป็นฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่ คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และเกือบ1 ใน 3 ของรายได้งบประมาณแผ่นดินทั้งหมด โดยเห็นว่า การจัดตั้งศูนย์ IFC จะเป็นกลไกสำคัญในการชี้นำกระแสเงินทุน สนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว พร้อมเชิญชวนพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งและดำเนินงานของศูนย์ IFC ของนครฯ
ศูนย์ IFC นครโฮจิมินห์ถูกกำหนดให้พัฒนาเป็นระบบนิเวศด้านการเงินและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงกับนานาชาติ โดยมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ Fintech เป็นเสาหลัก และถูกออกแบบให้เป็น “เครื่องยนต์ด้านเงินทุน” เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. การระดมและจัดสรรเงินทุนระยะยาวสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรม
2. การยกระดับมาตรฐานตลาดให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
3. การเชื่อมโยงภาคธุรกิจเวียดนามเข้ากับตลาดการเงินโลก
ทั้งนี้ ศูนย์ IFC นครโฮจิมินห์ ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการเงินแบบผสมผสาน (Hybrid Financial Center) ที่เชื่อมโยงระบบการเงินดั้งเดิมเข้ากับเศรษฐกิจแบบ On-chain ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบและการส่งเสริมนวัตกรรม โดยคาดหวังให้เป็นประตูทางการเงินที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังถูกคาดหวังให้เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดทรัพยากรจากนานาชาติ ส่งเสริมความร่วมมือระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืนของนครโฮจิมินห์
ระหว่างการประชุม WEF นครโฮจิมินห์ได้รับความสนใจจากพันธมิตรระหว่างประเทศจำนวนมาก และได้หารือกับองค์กรและบริษัทสำคัญ อาทิ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจเมืองลูกาโน (สวิตเซอร์แลนด์) หอการค้าสวิส-เอเชีย (Swiss-Asia Chamber of Commerce: SACC) บริษัท Crystal Intelligence พันธมิตรเศรษฐกิจ On-chain บริษัท Sumsub และบริษัท Binance เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดี และสำรวจโอกาสความร่วมมือในด้านการเงินดิจิทัล Blockchain การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ความมั่นคงของข้อมูล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินข้ามพรมแดน
ตามแผนดำเนินงาน ศูนย์ IFC นครโฮจิมินห์จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 และภายหลังการจัดทำกรอบกฎหมายแล้วเสร็จ นครฯ จะเปิดให้มีการลงทะเบียนและออกใบอนุญาต เพื่อให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศสามารถเข้ามาดำเนินกิจกรรมได้อย่างเป็นทางการ
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การผลักดันศูนย์ IFC ในนครโฮจิมินห์ผ่านเวที WEF สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนของเวียดนามในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินรูปแบบใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเน้นเทคโนโลยี การเงินดิจิทัล และกรอบกฎหมายที่ทันสมัย ซึ่งสอดรับกับแนวโน้มเงินทุนโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในฐานะนักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการด้านการเงินและเทคโนโลยี รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือข้ามพรมแดนในสาขาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และนวัตกรรม อย่างไรก็ดี การพัฒนา IFC ในนครโฮจิมินห์ยังสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านศูนย์กลางการเงินในภูมิภาคที่ทวีความเข้มข้นขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งเตรียมความพร้อม ปรับกลยุทธ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในเวียดนามตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสครั้งใหม่นี้ได้อย่างเต็มศักยภาพและทันท่วงที
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bnews เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569