
นครโฮจิมินห์กำลังเร่งยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค โดยสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยเฉพาะในสาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 นครโฮจิมินห์สามารถดึงดูด FDI ได้ถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะมีเงินลงทุนเพิ่มเติมอีกราว 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้มีแนวโน้มสูงที่นครฯ จะสามารถบรรลุหรืออาจเกินเป้าหมายการดึงดูด FDI ทั้งปีได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจและทิศทางการพัฒนาของนครฯ
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการขนาดใหญ่ในภาคเทคโนโลยี โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือความร่วมมือระยะยาวระหว่างกลุ่ม G42 จากอาบูดาบี[1] ร่วมกับพันธมิตรเวียดนาม ได้แก่ FPT Corporation VinaCapital และ Viet Thai Group ในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใน Saigon Hi-Tech Park (SHTP) มูลค่าการลงทุนสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ นครฯ ยังมีโครงการศูนย์ข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา อาทิ โครงการมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Evolution Group (อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเพื่อดำเนินการใน SHTP) และโครงการศูนย์ข้อมูล AI มูลค่าประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเขตอุตสาหกรรม Tan Phu Trung[2]
ขณะเดียวกัน นครโฮจิมินห์ยังเดินหน้าส่งเสริมบทบาทด้านการเงินดิจิทัล โดยในช่วงต้นเดือนมีนาคม2569 ศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศเวียดนามในนครโฮจิมินห์ (VIFC-HCMC) ได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มพันธมิตรภาคเอกชนที่นำโดย VinaCapital และ Global On-Chain Economy Alliance เพื่อพัฒนากองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนครโฮจิมินห์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลของนครฯ
ความน่าสนใจของนครโฮจิมินห์ในสายตานักลงทุนยังรวมถึงการปฏิรูปด้านนโยบายและการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยในปี 2568 นครฯ ได้ปรับลดขั้นตอนทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนกว่า 800 รายการ และจัดตั้งศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งยกระดับการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 80 ของกระบวนการทั้งหมด
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน นครฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการสำคัญหลายรายการ อาทิ ด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ได้แก่
1. การเชื่อมโยงเส้นทางไปท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh ด้วยถนนวงแหวนหมายเลข 3 ทางด่วนสาย Ben Luc – Long Thanh และทางด่วนสาย Bien Hoa – Vung Tau ซึ่งจะช่วยยกระกับการเชื่อมต่อในภูมิภาค ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเปิดโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่
2. ด้านการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การพัฒนาเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะในจังหวัดบิ่ญเซืองเดิม (พื้นที่หลักกว่า 220 เฮกตาร์) และเชื่อมโยงกับเขตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ขนาด 1,700 เฮกตาร์ ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ AI และศูนย์ข้อมูล รวมถึงการขยายพื้นที่ใน SHTP เพิ่มเติมประมาณ 100 เฮกตาร์ สำหรับโครงการเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีสีเขียว และการเตรียมพัฒนาเขตเทคโนโลยีใหม่ขนาด 200 เฮกตาร์ในอนาคต โดยในปี 2569 SHTP มีเป้าหมายดึงดูด FDI มูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีหลัก เช่น เซมิคอนดักเตอร์ AI และนวัตกรรม
ทั้งนี้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 8 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและนักลงทุน โดยนครฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตทั้งปีไว้ที่ร้อยละ 11-12 หากสามารถรักษาแรงขับเคลื่อนดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง
BIC นครโฮจิมินหห์ เห็นว่า การเร่งดึงดูดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี AI สะท้อนยุทธศาสตร์ของนครโฮจิมินห์ในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค โดยเฉพาะการผสานระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับการปฏิรูปเชิงนโยบายและกฎระเบียบ ซึ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึงไทย สามารถใช้ประโยชน์จากการเติบโตของระบบนิเวศดิจิทัลของนครโฮจิมินห์และเวียดนามในการขยายตลาดและเชื่อมโยงธุรกิจสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VietnamPlus เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569
[1] ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้แก่ กองทุนเพื่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE Sovereign Wealth Fund) และบริษัท Microsoft ของสหรัฐอเมริกา
[2] ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง Accelerated Infrastructure Capital (AIC), Kinh Bac City Development Holding Corp. (KBC) และนักลงทุนต่างชาติ