นครโฮจิมินห์ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่า 2.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 7 เดือนแรกของปี 2563

POST ON 24 กันยายน 2020

นครโฮจิมินห์ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่า 2.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 7 เดือนแรกของปี 2563

สถิติสะสมจนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 นครโฮจิมินห์สามารถดึงดูดโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในนคร รวมการซื้อขายหุ้นแล้วมูลค่ารวม 2.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 32.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยในจำนวนนั้นเป็นโครงการใหม่ 598 โครงการมูลค่ารวม 355.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.8 ในแง่ปริมาณโครงการและร้อยละ 48.3 ในแง่มูลค่า นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เพิ่มเงินลงทุนมูลค่า 209.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อหุ้นส่วนในบริษัทเวียดนามกว่า 2,400 หน่วย มูลค่ากว่า 1.81 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 27.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจที่มีการลงทุนมากที่สุดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 ได้แก่ (1) ภาคการค้า มูลค่าการลงทุนรวม 624.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 26.2 ของการลงทุนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ (2) ภาคอสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 441.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 18.6 (3) อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูป มูลค่า 315.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.3 (4) สารสนเทศและการสื่อสาร มูลค่า 149.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 6.3 และ (5) การก่อสร้าง มูลค่า 113.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 4.8

มีนักลงทุนจาก 104 ประเทศที่เข้ามาลงทุนในโครงการใหม่ เพิ่มเงินลงทุนหรือซื้อหุ้นส่วนในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 โดยเป็นสัญชาติสิงคโปร์มากที่สุด มูลค่า 570.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 24 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ เกาหลีใต้ มูลค่า 357.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 15.1 ญี่ปุ่น มูลค่า 331.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.9 หมู่เกาะเคย์แมน มูลค่า 261.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 11 หมู่เกาะบริติชเวิร์จิน มูลค่า 137.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 5.8 และเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 118 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 5

นาง Le Thi Huynh Mai ผู้อำนวยการกรมการวางแผนและการลงทุนนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า หากนครโฮจิมินห์ต้องการฟื้นฟูการลงทุนภายหลังสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น นครจะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการด้านการคมนาคม เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการลงทุนที่ล่าช้า เร่งปฏิรูปกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและเร่งการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม อาทิ นิคมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขนาด 38 เฮกตาร์ในเขต Binh Chanh เป็นต้น

อนึ่ง จากการสำรวจของบริษัทสำรวจการตลาด Savills Vietnam เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 เวียดนามยังเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนระดับโลกได้ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย

ที่มา: Saigon Giai Phong Online วันที่ 1 สิงหาคม 2563

https://sggpnews.org.vn/business/hcmc-draws-us237-billion-in-fdi-in-seven-months-87800.html

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูข่าวทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

ยอดผู้เข้าชม

144

กำลังเข้าชมขณะนี้

223806

เข้าชมทั้งหมด