
ในปี 2569 จังหวัดคั้ญฮว่าเดินหน้าผลักดันกิจกรรมด้านการส่งเสริมการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อขยายตลาดต่างประเทศและดึงดูดทรัพยากรใหม่ มาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับข้อมติที่ 59-NQ/TW ของกรมการเมือง ว่าด้วยการเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ในภาคการผลิตและการส่งออก ผู้ประกอบการท้องถิ่นยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเร่งขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะจีน และยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน
ด้านการดึงดูดการลงทุนในปี 2569 จังหวัดฯ มุ่งเน้นการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศในสาขาหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรม พลังงาน การท่องเที่ยว-บริการ และการพัฒนาเขตเมืองโดยตั้งเป้าหมายดึงดูดโครงการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างน้อย 2 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปรับแนวทางการดำเนินงานให้เน้นเชิงรุกมากขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงกับหน่วยงานทางการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงการเชิญชวนนักลงทุนเป้าหมายเข้ามาศึกษาศักยภาพพื้นที่โดยตรง
ในมิติการค้า จังหวัดฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสนับสนุนผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออกใหม่ โดยเฉพาะตลาดฮาลาล ซึ่งมีฐานผู้บริโภคมากกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก ผ่านการยกระดับมาตรฐานสินค้า การพัฒนากระบวนการรับรอง และการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงตลาด
ในด้านการท่องเที่ยว จังหวัดฯ ยังคงเดินหน้าการทำตลาดในประเทศเป้าหมายสำคัญ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้โดยตรง แต่ยังช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการในรูปแบบ “การส่งออก ณ แหล่งผลิต”
ในระยะต่อไป จังหวัดฯ จะมุ่งเน้นการดึงดูดนักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์รายใหญ่ โดยใช้จุดแข็งด้านเศรษฐกิจทางทะเล ระบบท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า แนวทางการดำเนินนโยบายของจังหวัดคั้ญฮว่าสะท้อนการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์จากการพัฒนาแบบกระจายสู่การมุ่งเน้นจุดแข็งเฉพาะด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจทางทะเลและโลจิสติกส์ ซึ่งมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับการขยายตลาดต่างประเทศทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ตลาดฮาลาล ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องของการเข้าถึงตลาดต่างประเทศในระยะยาว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ การเข้ามาของนักลงทุนขนาดใหญ่จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจและการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ รวมทั้งขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มการลงทุน และวางรากฐานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล ภาคบริการ และอุตสาหกรรมในภูมิภาคเวียดนามตอนกลางอย่างยั่งยืนในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VOV.VN เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569