นครโฮจิมินห์เตรียมสร้าง “เมืองใหม่” มุ่งเป็น Silicon Valley แห่งภูมิภาค

POST ON 30 กันยายน 2020

นครโฮจิมินห์เตรียมสร้าง “เมืองใหม่” มุ่งเป็น Silicon Valley แห่งภูมิภาค

thu_thiem_sasaki_1
เขตเมืองใหม่หรือ Thu Duc City ที่ออกแบบโดย บ. Sasaki Associates
(ที่มา: https://encity.co/sasaki-encity-team-wins-the-1st-prize-for-hiid-competition/)

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเวียดนามและโลก นครโฮจิมินห์มหานครทางเศรษฐกิจของเวียดนามยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มูลค่าการลงทุนจากภายในประเทศเติบโตเป็นลำดับที่ 3 ของเวียดนามกว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 เดือนแรกของปี 63 และเป็นมหานครที่มีโครงการการลงทุนใหม่ที่มากที่สุดในประเทศกว่า 598 โครงการในปีนี้ ไม่น่าแปลกใจที่นครโฮจิมินห์จะครองตำแหน่งนครที่ดึงดูดการลงทุน FDI มากที่สุดในประเทศติดต่อกันมาหลายปี โดยเฉพาะความโดดเด่นด้านการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ศูนย์กลางการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมในนครซึ่งได้รับประโยชน์จากการย้ายถิ่นฐานออกจากจีนใสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนของนคร นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น Quang Trung Software Park และ Saigon High-Tech Park (SHTP) ได้เตรียมขยายพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลเวียดนามจึงไม่รอช้าและใช้โอกาสดังกล่าวในการต่อยอดเพื่อผลักดันเขตนวัตกรรมเมืองอัฉริยะรูปแบบใหม่ในพื้นที่ด้านตะวันออกของนครหรือที่รู้จักกันในนาม “Thu Duc City” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของในลักษณะเดียวกับSilicon Valley ในสหรัฐฯ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคเฉกเช่นเดียวกับเมืองสิงคโปร์หรือฮ่องกง

เขตเมืองใหม่หรือ Thu Duc City ครอบคลุมพื้นที่ 3 เขต ได้แก่ เขต 2 9 และ Thu Duc มีพื้นที่รวม 211 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยประชากรในพื้นที่กว่า 1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่ของนครและร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดในนครโดยคาดการณ์ว่าเขต Thu Duc จะสร้างมูลค่า GRDP กว่าร้อยละ 30 ของนคร ซึ่งหากพิจารณาในภาพรวมจะพบว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของนครโฮจิมินห์คิดเป็นมูลค่าร้อยละ 25 ของ GDP ทั้งประเทศและนครสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลเวียดนามกว่าร้อยละ 30 ของรายรับทั้งหมด ดังนั้น Thu Duc City จึงมีนัยยะสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามอย่างมาก องค์ประกอบสำคัญของ Thu Duc City ได้แก่

(1) Saigon High-Tech Park (SHTP) ในเขต 9 ครอบคลุมพื้นที่ 9.13 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีโครงการลงทุน 156 โครงการในภาคไอที/เทคโนโลยี มูลค่าการลงทุนรวม 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในปี 2562 SHTP มีมูลค่าการผลิต 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐและมูลค่าการส่งออก 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของนครโฮจิมินห์ ขณะนี้ นครกำลังก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอีกหนึ่งแห่งซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 1.95 ตารางกิโลเมตรและอยู่ห่างจาก SHTP ประมาณ 2 กิโลเมตร

(2) มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามสาขานครโฮจิมินห์ (Vietnam National University: VNU) ตั้งอยู่ในเขต Thu Duc ครอบคลุมพื้นที่ 6.43 ตารางกิโลเมตร โดยมีคณาจารย์กว่า 10,000 คนและมีนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่กว่า 100,000 คน โดย VNU เป็นสถาบันการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

(3) เมืองใหม่ Thu Thiem ในเขต 2 ซึ่งผู้บริหารนครกำลังผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน การบริการและเป็นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ปัจจุบันมีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยจากทั้งต่างประเทศและเวียดนาม เช่น กลุ่ม VinGroup, Novaland, Lotte (เกาหลีใต้), CapitaLand Group (สิงคโปร์) และ Keppel (สิงคโปร์) เป็นต้น

(4) โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่ทันสมัย อาทิ รถไฟฟ้าสาย 1 เส้นทาง Ben Thanh (เขต 1) – Suoi Tien (เขต 9) ทางด่วน Long Thanh–Dau Giay และทางหลวงอื่นๆ อาทิ ทางหลวงหมายเลข 1A ทางหลวงสายฮานอยและถนน Pham Van Dong เชื่อมโยงกับจังหวัดด่งนายและบิ่ญเซือง ซึ่งเป็นจังหวัดส่วนขยายจากนครโฮจิมินห์ที่มีความสำคัญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

ล่าสุดคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้มอบหมายให้กรมการวางแผนและสถาปัตยกรรมนครโฮจิมินห์ดำเนินการพัฒนาเขตเมืองใหม่ดังกล่าว โดยมีแผนดำเนินงานระหว่างปี 2563-2568 และเมื่อแล้วเสร็จ Thu Duc Cityจะกลายเป็นเขตเมืองหลักทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อพลวัตรการพัฒนาพื้นที่รอบข้างโดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทั้งที่มีอยู่เดิมและที่กำลังจะพัฒนาขึ้นมาใหม่ อาทิ VNU ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ และศูนย์กลางทางการเงินที่กำลังจะพัฒนาขึ้น เป็นต้น

Saigon High-Tech Park (SHTP) ในเขต 9 นครโฮจิมินห์
มหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามสาขานครโฮจิมินห์ (Vietnam National University: VNU)
ตั้งอยู่ในเขต Thu Duc นครโฮจิมินห์
ผังเขตที่อยู่อาศัย Thu Thiem ออกแบบโดย บ. Sasaki Associates
(ที่มา: https://www.sasaki.com/projects/thu-thiem-new-urban-area/)

“Thu Duc City” ศูนย์กลางด้านความเชื่อมโยง (Connectivity Hub) และศูนย์กลางด้านการเงินของภูมิภาค

ตามที่กล่าวข้างต้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมรูปแบบใหม่และบูรณาการจะเป็นโอกาสในการพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อกับจังหวัดอื่นๆ ในระดับภูมิภาคและดับประเทศในอนาคต อาทิ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสาย 1 ไปยังเมือง Bien Hoa จังหวัดด่งนายและเมือง Di An จังหวัดบิ่ญเซืองที่อยู่ใกล้เคียง และทางด่วน Long Thanh – Dau Giay เป็นทางเชื่อมสู่สนามบินนานาชาติ Long Thanh จังหวัดด่งนายซึ่งมีแผนการจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ส่วนถนนวงแหวนรอบนอกเมืองสามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดบิ่ญเซือง บ่าเหรี่ย-หวุงเต่าและทางหลวงที่เชื่อมไปยังกรุงฮานอยและภาคเหนือของเวียดนาม

นอกจากนี้ ในปี 2545 คณะกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (Politburo) ได้ออกกฤษฎีกาหมายเลข 20 ริเริ่มแผนการพัฒนาให้นครโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการเงินของเวียดนามและอาเซียน ต่อมาในปี 2549 คณะกรรมการประชาชนนครได้เสนอแผนการต่อรัฐบาลในการยกระดับนครให้เป็นศูนย์กลางด้านการเงินแห่งชาติภายในปี 2553 โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี 2563 โดยส่งเสริมการพัฒนาให้เขต 2 มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของเขตเมืองใหม่ เนื่องจากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐในเขต 2 ได้บริหารเขตอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีพัฒนาการด้านเศรษฐกิจสูง อัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 16 ต่อปี ภาคการค้าและการบริการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 28 ต่อปีและมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 88 ของเศรษฐกิจของเขต ซึ่งคณะกรรมการประชาชนระดับเขตได้ปรับลดสัดส่วนภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมควบคู่ไปกับการขยายการบริการด้านการเงิน การค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทที่อยู่อาศัยและสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณเขต 2 หรือบริเวณ Thao Dien มีชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจและพำนักในเวียดนามอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นสุขุวิทแห่งโฮจิมินห์ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผับ บาร์ ที่ทันสมัยมากมาย

ผังเขตเมืองใหม่ Thu Duc City ออกแบบโดย บ. Sasaki Associates
(ที่มา: https://www.vir.com.vn/new-city-proposal-to-breathe-life-into-investing-prospects-78915.html)

ใกล้แค่เอื้อม: ความท้าทายการพัฒนา Silicon Valley แห่งเวียดนาม

เนื่องจากแผนการในการก่อตั้งเมืองใหม่ภายในมหานครเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ยังไม่เคยทำในเวียดนามมาก่อน ผู้บริหารนครจึงต้องประยุกต์การดำเนินนโยบายใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนและการก่อสร้างรวมถึงการบริหารจัดการของภาคราชการให้ทันสมัยมากขึ้นโดยคำนึงถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในขณะเดียวกันในลักษณะเดียวกับการบริหารเขตพิเศษเช่นเขตผู่ตงในนครเซี่ยงไฮ้หรือเขตกังนัมในกรุงโซล อย่างไรก็ดีนครยังเผชิญกับโครงการการพัฒนาที่ดำเนินการล่าช้าหรือชะงักงันอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสาย 1 เส้นทาง Ben Thanh – Suoi Tien และสาย 2 เส้นทาง Ben Thanh – Tham Luong และวงแหวนรอบนอกหมายเลข 2 และ 4 รวมถึงความท้าทายในด้านการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วย

ในการนี้ ผู้บริหารนครเห็นความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงได้ขอรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติสำหรับแนวทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเงินและอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ และในปี 2562 นครได้จัดการประกวดเพื่อสรรหาบริษัทร่วมออกแบบเมืองใหม่โดยผู้ชนะได้แก่ บริษัท Sasaki Associates ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบสัญชาติอเมริกัน โดยจะวางผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเมืองแห่งนวัตกรรมและเมืองอัจฉริยะต่อไปนอกจากนี้ ผู้บริหารนครจะเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรในพื้นที่สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เสริมสร้างแรงงานที่มีทักษะและพัฒนาฐานข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ที่ดิน การจราจรและการดำเนินงานด้านการบริหารราชการแผ่นดินในเมืองดังกล่าวซึ่งคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีเวียดนามให้อนุมัติโครงการพัฒนา Thu Duc City เพิ่มเติมในส่วนของการก่อสร้างสะพาน ขุดลอกคลองและทะเลสาบเทียม รวมถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเป็นต้น

น่าจับตามองว่านครโฮจิมินห์ 1 ใน 5 มหานครของเวียดนาม จะสามารถก้าวข้ามความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่และเดินหน้าพัฒนาThu Duc City ให้เป็น Silicon Valley แห่งภูมิภาคศูนย์กลางด้านการค้าและการเงิน แหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมและศูนย์กลางการเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ได้สำเร็จหรือไม่สำหรับประเทศไทยเอง ก็เป็นโอกาสในการผนึกกำลังร่วมกับเวียดนามในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานการผลิตรวมถึงทรัพยากรมนุษย์เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรม S-curve ของประเทศไทย โดยเฉพาะในบริบทของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ The Eastern Economic Corridor (EEC) ซึ่งเวียดนามเองก็มีจุดแข็งในการพัฒนาบุคลากรด้านไอทีที่เข้มแข็งและสามารถสนับสนุนการพัฒนา EEC ของไทยได้ดังนั้น ในอนาคตเราอาจเห็นประเทศไทยและเวียดนามร่วมมือกันพัฒนา EEC และ Thu Duc City เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศแบบ win-win ในอนาคตต่อไปก็เป็นได้

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทย ณ นครโฮจิมินห์
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์
กันยายน2563

*สามารถติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจในเวียดนามได้ทางhttps://bit.ly/2QKPrkZหรือhttps://hochiminh.thaiembassy.org/

อ้างอิง

– https://sggpnews.org.vn/business/innovation-district-in-eastern-hcmc-new-economic-motivation-87184.html

– https://vietnamnet.vn/en/business/hcm-city-aims-to-become-regional-financial-centre-668531.html

– https://vietnamnews.vn/society/771154/hcm-citys-district-2-to-become-financial-centre.html

– https://en.vietnamplus.vn/hcm-city-to-seek-input-from-foreign-experts-on-new-city-within-a-city/181762.vnp

– https://tuoitre.vn/tp-thu-duc-trung-tam-ket-noi-lien-vung-20200827085053045.htm

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูบทความทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

ยอดผู้เข้าชม

292

กำลังเข้าชมขณะนี้

214522

เข้าชมทั้งหมด