
กรมเกษตรและสิ่งแวดล้อมนครโฮจิมินห์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนเรือประมงที่เข้าเทียบท่าในนครโฮจิมินห์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูจับปลาและช่วงที่เกิดพายุ ส่งผลให้ท่าเรือหลายแห่งในจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของนครโฮจิมินห์) เผชิญกับความแออัดและไม่สามารถรองรับความต้องการได้เพียงพอ โดยสาเหตุหลักเกิดจากโครงสร้างพื้นฐานของท่าเทียบเรือที่มีอายุตั้งแต่ 15-30 ปี ขาดการซ่อมบำรุงอย่างเหมาะสม ระบบท่าเรือเสื่อมโทรม และไม่ทันสมัย ซึ่งส่งผลให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างรุนแรง
รายงานระบุสภาพของท่าเรือที่สำคัญ มีดังนี้
1. ท่าเรือ Ben Loi ตั้งอยู่ในตำบล Binh Chau นครโฮจิมินห์ (จังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม) เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2550 ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2566 ท่าเรือประสบปัญหาหลักคือมีตะกอนสะสมบริเวณปากอ่าว ทำให้เรือประมงขนาดใหญ่ (กำลังเครื่องยนต์มากกว่า 900CV) และเรือประมงขนาดกลางที่มีกำลังเครื่องยนต์ 200CV ไม่สามารถเข้า-ออกได้ โดยเรือประมงขนาดใหญ่ต้องย้ายไปจอดที่ท่าเทียบเรืออื่นในจังหวัดบิ่ญถ่วนเดิม (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเลิมด่ง) ขณะที่เรือประมงขนาดเล็กต้องรอช่วงน้ำขึ้นจึงจะสามารถเข้า-ออกท่าเรือได้อย่างสะดวก
2. ท่าเรือ Loc An ตั้งอยู่ในตำบล Phuoc Hai นครโฮจิมินห์ (จังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม) เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 2543 มีความยาวท่าเรือ 200 เมตร และสามารถรองรับเรือประมงได้เกือบ 1,000 ลำ อย่างไรก็ดี พื้นที่นี้ประสบปัญหาหลักคือตะกอนสะสมทำให้ทางเข้าแคบลงอย่างต่อเนื่อง เรือประมงจึงเข้า-ออกท่าเรือได้ยาก ส่งผลให้ชาวประมงต้องย้ายไปใช้ท่าเรืออื่น ทำให้ท่าเรือสูญเสียรายได้จากค่าบริการจอดเรือ
3. ท่าเรือ Phuoc Hiep (ความยาว 68 เมตร)และท่าเรือ Tan Phuoc (ความยาว 168 เมตร) ตั้งอยู่ในตำบล Long Hai นครโฮจิมินห์ (จังหวัดบ่าเสียะ-หวุ่งเต่าเดิม) โดยปัจจุบัน ท่าเรือทั้งสองแห่งไม่สามารถรองรับความต้องการจอดเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เพียงพอ นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นท่าเรือที่มีอายุการใช้งานมากว่า 30 ปี ระบบบำบัดน้ำเสียจึงไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้น้ำเสียจากกระบวนการแปรรูปสัตว์น้ำไหลลงสู่ทะเลโดยตรง และก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและมลภาวะต่อระบบนิเวศทางทะเล
4. ท่าเรือของโรงงานเครื่องกลในแขวง Vung Tau นครโฮจิมินห์ (จังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม) แม้จะเป็นท่าเรือขนาดเล็ก แต่มีเรือจอดจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาแออัด ขาดระบบจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสีย ทำให้น้ำเสียที่เกิดจากการแปรรูปสัตว์น้ำและขยะ เช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม ซากสัตว์น้ำ ถูกทิ้งลงทะเลโดยตรง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
ในการนี้ ชาวประมงในแต่ละพื้นที่จึงได้เรียกร้องให้นครโฮจิมินห์เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการเร่งดำเนินการ (1) ขุดลอกทางเดินเรือและพัฒนาท่าเทียบเรือให้สามารถรองรับปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้น (2) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรง ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3) ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และ (4) ส่งเสริมให้ชาวประมงสามารถประกอบอาชีพในพื้นที่นครโฮจิมินห์ได้ต่อไป โดยไม่ต้องย้ายไปยังจังหวัดอื่น
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bnews.vn เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
https://bnews.vn/ha-tang-nhieu-cang-ca-o-tp-ho-chi-minh-chua-duoc-dau-tu-dong-bo/379812.html