
สำนักงานเกษตรและพัฒนาชนบทจังหวัดคั้ญฮว่า (Khanh Hoa) เปิดเผยว่า จังหวัดคัญฮว่าได้ตั้งเป้าหมายส่งออกอาหารทะเลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 โดยอาศัยทรัพยากรชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ มีแนวชายฝั่งยาว 385 กิโลเมตร เกาะจำนวนกว่า 200 แห่ง รวมถึงอ่าวและทะเลสาบหลายแห่ง[1] ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อส่งเสริมให้จังหวัดฯ เป็นศูนย์กลางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชั้นนำของเวียดนาม[2]
ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดคั้ญฮว่าได้นำอุปกรณ์/เทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบอัตโนมัติมาใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กระชัง High-Density Polyethylene (HDPE) อุปกรณ์เฝ้าติดตามสภาพสิ่งแวดล้อม เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ และกล้องวงจรปิด เป็นต้น ซึ่งช่วยลดต้นทุน ลดความเสี่ยง ควบคุมการระบาดของโรค เพิ่มผลผลิต และปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และเสริมสร้างบทบาทของจังหวัดฯ ในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของจังหวัดฯ มีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 16,000 ตันในปี 2563 เป็น 22,500 ตันในปี 2567 ขณะที่รายได้จากการส่งออกอาหารทะเลในปี 2567 สูงถึง 829.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี จังหวัดฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ ต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนอกชายฝั่งที่สูงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางทะเล ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขาดนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนในการเปลี่ยนจากวิธีการเลี้ยงแบบดั้งเดิมไปสู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
เพื่อรับมือกับความท้าทายข้างต้น สำนักงานเกษตรและพัฒนาชนบทจังหวัดคั้ญฮว่า ได้เสนอโครงการนำร่องด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีเวียดนาม[3] เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 โดยมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ทั้งการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปอาหารทะเล รวมถึงการสร้างความตระหนักแก่ชาวประมงเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายในการทำกิจกรรมทางทะเล ทั้งนี้ โครงการฯ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยสร้างงาน ปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้น ตลอดจนส่งเสริมการส่งออกอาหารทะเลที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง มีการรับรองความปลอดภัยด้านอาหาร และรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
อนึ่ง โครงการนำร่องนี้คาดว่าจะดำเนินการนำร่องจนถึงปี 2572 ครอบคลุมพื้นที่ 2 แห่ง ได้แก่ (1) บริเวณระยะ 3 ไมล์ทะเล ครอบคลุมพื้นที่ 240 เฮกตาร์ โดยตั้งเป้าผลผลิตมากกว่า 3,600 ตัน และ (2) บริเวณระยะ 3-6 ไมล์ทะเล ครอบคลุมพื้นที่ 200 เฮกตาร์ โดยตั้งเป้าผลผลิตมากกว่า 5,100 ตัน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีการพัฒนาระบบเพาะพันธุ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ปรับปรุงกระบวนการเพาะเลี้ยง และนำระบบเฝ้าติดตามสภาพสิ่งแวดล้อมมาใช้เพื่อควบคุมโรคและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นการวิจัยสายพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะกับพื้นที่จังหวัดฯ และจัดการดูแลพิเศษสำหรับสายพันธุ์ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น กุ้งมังกร เพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเล ขณะเดียวกัน โครงการฯ ยังมีแผนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ Internet of Things (IoT) สำหรับการติดตามสัตว์น้ำและการรักษาความปลอดภัย ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบให้อาหารอัตโนมัติ การเฝ้าติดตามสภาพสิ่งแวดล้อม และอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ควบคู่กับการดูแลรักษาและปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน
* * * * *
ที่มา: (1) สำนักข่าว Vietnamnet เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568
(2) สำนักข่าว Vietnamnet เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568
https://vietnamnet.vn/en/high-tech-offshore-aquaculture-pilot-launched-in-khanh-hoa-2368548.html
[1] อาทิ อ่าว Van Phong อ่าว Nha Trang อ่าว Cam Ranh และทะเลสาบ Nha Phu
[2] สายพันธุ์สัตว์น้ำหลักที่เพาะเลี้ยงในจังหวัดฯ ได้แก่ กุ้งมังกร ปลาโคเบีย ปลาปอมปาโน ปลากะรัง และปลากะพงขาว หอยนางรมแปซิฟิก ปลิงทะเล หอยงวงช้าง หอยแครง หอยมุก และสาหร่ายทะเล ซึ่งล้วนเป็นสัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
[3] ตามข้อมติเลขที่ 231/QD-TTg ลงวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2025