
จังหวัดก่าเมากำลังเร่งดำเนินโครงการ“ปลูกข้าวคุณภาพสูง และปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำบนพื้นที่ 1 ล้านเฮกตาร์ควบคู่การเติบโตสีเขียวในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจนถึงปี 2573” โดยตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำราว 55,000 เฮกตาร์ แม้จังหวัดฯ จะไม่ได้มีข้อได้เปรียบด้านการปลูกข้าวเทียบเท่าหลายพื้นที่ในภูมิภาค แต่ได้ทยอยดำเนินโครงการนำร่องและขยายรูปแบบการผลิตอย่างต่อเนื่องจนเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
ในตำบล Da Bac สหกรณ์บริการการเกษตรได้เริ่มการปลูกข้าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำตั้งแต่ฤดูร้อน-ใบไม้ร่วง ปี 2568 และขยายผลต่อในฤดูหนาว-ใบไม้ผลิ ปี 2568-2569 โดยปรับลดปริมาณเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งลดปัญหาโรคและการล้มของต้นข้าว ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.5 ตันต่อเฮกตาร์ สร้างกำไรสูงกว่าวิธีดั้งเดิมราว 4-9 ล้านด่ง (131-296 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเฮกตาร์ นอกจากนี้ ข้าวที่ผ่านมาตรฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำยังมีภาคธุรกิจรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาด ช่วยสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร
นอกจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ รูปแบบดังกล่าวยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 3.3-3.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเฮกตาร์ สนับสนุนเป้าหมายการเติบโตสีเขียวของภูมิภาค ความสำเร็จระยะแรกจึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ชุมชนเกษตรกรหันมาปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสู่ความยั่งยืนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังเผชิญความท้าทายต่าง ๆ ทั้งระบบชลประทานที่ยังไม่สมบูรณ์ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อจำกัดของระบบนาข้าว-กุ้งที่ทำให้การใช้เทคนิคสลับเปียกสลับแห้งทำได้ยาก จังหวัดฯ จึงอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับผังพื้นที่การผลิตใหม่ให้ชัดเจน ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่ วัตถุดิบ ตลอดจนการเสนอขอการสนับสนุนจากส่วนกลางในรูปแบบความร่วมมือรัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership: PPP) และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนและขยายการผลิตข้าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำได้อย่างยั่งยืน
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่าโครงการดังกล่าวสะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างภาคเกษตรของเวียดนามจากการเน้นปริมาณสู่การยกระดับคุณภาพและความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานและโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับรูปแบบการผลิตใหม่ รวมถึงความต่อเนื่องของการเชื่อมโยงตลาดและกลไกรับซื้อที่มั่นคง รวมถึงนโยบายสนับสนุนจากส่วนกลาง หากสามารถแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างได้อย่างเป็นระบบ จังหวัดก่าเมามีศักยภาพที่จะยกระดับห่วงโซ่มูลค่าข้าว และสร้างต้นแบบการผลิตข้าวปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำให้แก่พื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาคต่อไป
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VOV เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569