
จังหวัดก่าเมาได้กำหนดแผนพัฒนาการผลิตข้าวภายในปี 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมูลค่าของผลผลิต พัฒนาอย่างยั่งยืน และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของเวียดนาม ควบคู่กับการส่งเสริมห่วงโซ่คุณค่าที่มีประสิทธิภาพ รักษาสิ่งแวดล้อม และยกระดับรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่
ปัจจุบัน จังหวัดก่าเมา (รวมจังหวัดเบ็นแจเดิม) มีพื้นที่ปลูกข้าวรวมกว่า 314,000 เฮกตาร์ ให้ผลผลิตประมาณ 1.86 ล้านตันต่อปี โดยในจำนวนนี้มีพื้นที่ประมาณ 90,000 เฮกตาร์ ที่ดำเนินระบบการปลูกข้าวควบคู่กับการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบเกษตรกรรมเชิงนิเวศที่มีศักยภาพสูง ทั้งนี้ ข้าวจากก่าเมาได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น VietGAP, GlobalGAP และ เกษตรอินทรีย์ (Organic) ทำให้มีความพร้อมสำหรับการจำหน่ายทั้งในประเทศและการส่งออกต่างประเทศ โดยมีข้อได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์จากพื้นที่ชายฝั่งที่มีระดับมลพิษต่ำ ศัตรูพืชน้อย และมีแหล่งสารอาหารธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และรูปแบบการจัดการทางเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดก่าเมาได้ตั้งเป้าหมายสำคัญ ดังนี้
1. พื้นที่กว่าร้อยละ 85 ใช้พันธุ์ข้าวที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล
2. พื้นที่กว่าร้อยละ 70 ปลูกพันธุ์ข้าวคุณภาพสูง
3. พื้นที่กว่าร้อยละ 60 ใช้กระบวนการเกษตรกรรมขั้นสูง
4. ลดการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงลงอย่างน้อยร้อยละ 25
5. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 10
6. เครื่องจักรกลการเกษตรครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 50
7. ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวให้ต่ำกว่าร้อยละ 10
8. เพิ่มกำไรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มากกว่าร้อยละ 30
จังหวัดก่าเมาจะผลักดันให้มีการลงนามในสัญญาการบริโภคระหว่างวิสาหกิจ 10–15 แห่งกับสหกรณ์การเกษตร โดยรับประกันพื้นที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 15 ของทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นคงด้านตลาดและเพิ่มมูลค่าของผลผลิต นอกจากนี้ จังหวัดฯ ยังได้ริเริ่มโครงการนำร่องสำหรับการผลิตข้าวคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้พื้นที่ 1,290 เฮกตาร์ ดำเนินตามแบบจำลองการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และสนับสนุนการเติบโตสีเขียว ถือเป็นก้าวแรกสู่ระบบเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว VOV เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568