
ในอดีต อุตสาหกรรมของเวียดนามยังมีข้อจำกัดในการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ภายในประเทศทำให้โรงงานส่วนใหญ่ทำหน้าที่เพียงประกอบขั้นสุดท้าย (final assembly) ขณะที่บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนต้องนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์จากต่างประเทศ เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทเวียดนามขนาดใหญ่ เช่น VinFast, Thaco, TC Group และ Kim Long Motor ได้เริ่มสร้างระบบนิเวศการผลิตในประเทศ และจับมือกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังการผลิต ส่งผลให้ผู้ผลิตเวียดนามสามารถผลิตชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นตัวอย่างเช่นบริษัท An Thinh จากเดิมผลิตเพียงสายไฟพื้นฐาน ปัจจุบันสามารถผลิตสายและขั้วต่อไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น บริษัท Vnines Innovation ก่อตั้งในปี 2563 ปัจจุบันสามารถผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าชุดควบคุมและโมดูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าได้เอง อีกทั้ง ปัจจุบันมีบริษัทเวียดนามจำนวนมากที่ได้รับมาตรฐาน IATF 16949 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยสถานะ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวียดนามมีบริษัทที่ผ่านการรับรอง IATF 16949 แล้ว 858 แห่ง เป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากไทย (1,947 แห่ง) และมากกว่ามาเลเซีย (639 แห่ง)
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามระบุว่าจนถึงเดือนเมษายน 2568 เวียดนามมีบริษัทกว่า 360 แห่งที่มีส่วนร่วมโดยตรงในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ และมีผู้จัดหาชิ้นส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อมรวมประมาณ 5,000 ราย ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมสนับสนุนของเวียดนามกำลังยกระดับศักยภาพอย่างชัดเจน และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าโลก ซึ่งจะช่วยให้ประเทศเข้าใกล้เป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ และพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความครบวงจรมากขึ้นในอนาคต