“นครดานังแห่งใหม่” เดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและนานาชาติ

POST ON 2 กรกฎาคม 2025

“นครดานังแห่งใหม่” เดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและนานาชาติ

การควบรวมนครดานังและจังหวัดกว๋างนามตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นับเป็นก้าวสำคัญในการเปิดศักราชใหม่และยกระดับ “นครดานังแห่งใหม่” ให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดยอาศัยจุดแข็งด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น เมืองมรดกโลก หาดสวยระดับโลก วิถีชีวิตพื้นถิ่น และหมู่บ้านหัตถกรรมที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิม

นครดานังแห่งใหม่มีศักยภาพหลายประการในการพัฒนาการท่องเที่ยว ได้แก่  

1. แหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ (1) เมืองมรดกโลก 3 แห่ง ได้แก่ เมืองโบราณ Hoi An วิหาร My Son และเขตสงวนชีวมณฑลโลก Cu Lao Cham (2) แนวชายฝั่งยาว 125 กิโลเมตร พร้อมชายหาดสวยงามระดับนานาชาติ เช่น An  Bang, Tam Thanh, Non Nuoc เป็นต้น (3) วัฒนธรรมพื้นถิ่นที่โดดเด่น เช่น วัฒนธรรมจาม และมรดกเมืองเก่า ตลอดจนหมู่บ้านหัตถกรรมดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงวัฒนธรรม เชิงหมู่เกาะ และเชิงประสบการณ์

2.  โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่ทันสมัย โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติดานังที่ได้มาตรฐานระดับ 4F[1] และท่าอากาศยาน Chu Lai (จังหวัดกว๋างนาม) ที่อยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐาน 4F ในอนาคต

3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนท่าเรือ Tien Sa เป็นท่าเรือท่องเที่ยว รวมถึงก่อสร้างท่าเรือสำราญระหว่างประเทศ An Hoa (จังหวัดกว๋างนามเดิม)

4. ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสากล โดยมีโรงแรมระดับ 4-5 ดาวจำนวนมาก กระจายตัวอยู่ตามแนวชายหาดและใจกลางเมือง สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม  

5. สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนระดับโลก โดยมีสนามกอล์ฟระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น Legend Da Nang Golf Resort, Ba Na Hills Golf Club, BRG Da Nang Golf Resort, Vinpearl Golf Nam Hoi An และ Hoiana Shores Golf Club เป็นต้น       

นอกจากนี้ นครดานังแห่งใหม่จะดำเนินแนวทางสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดังนี้

1. พัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ โดยยกระดับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว เช่น การพักผ่อนริมทะเล การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยวยามค่ำคืน และการท่องเที่ยวทางน้ำ  นอกจากนี้ จะผสมผสานการท่องเที่ยวรีสอร์ทระดับ High-end กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วัฒนธรรม และประสบการณ์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

2. ส่งเสริมการขยายตลาดการท่องเที่ยว เส้นทางบิน และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดย (1) มุ่งเน้นการวิจัยตลาดและแนวโน้มพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว เพื่อกำหนดกลยุทธ์ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ได้อย่างตรงเป้าหมาย (2) สนับสนุนการเปิดเส้นทางบินไปยังกาตาร์ ออสเตรเลีย นครโอซากา (ญี่ปุ่น) อินโดนีเซีย รวมถึงขยายเที่ยวบินจากอินเดียและประเทศในกลุ่มเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS) และ (3) ดำเนินโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรักษาจำนวนเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง

3.ยกระดับคุณภาพบุคลากรในภาคบริการ โดยจัดทำ “เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพสูง” สำหรับกิจกรรมและบริการด้านการท่องเที่ยวในนครฯ รวมถึงฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรในภาคการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานระดับสากล

4. จัดระเบียบพื้นที่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยพัฒนาการท่องเที่ยวชายฝั่งควบคู่กับเศรษฐกิจทางทะเล โดยกำหนดบทบาท “จุดหมายปลายทางแห่งมรดก” ผสานกับโมเดล “มหานครแห่งมรดก-กิจกรรม-นวัตกรรม” ภายในปี ค.ศ. 2030 (วิสัยทัศน์ถึงปี พ.ศ. 2050) และจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวตาม 3 แนวหลัก ได้แก่ (1) ชายฝั่ง (2) มรดกวัฒนธรรม และ (3) มรดกธรรมชาติ โดยจะเป็น “ระเบียงหลัก” ของการพัฒนาการท่องเที่ยว เชื่อมโยงจุดหมายเด่นเข้าด้วยกันภายใต้ระบบนิเวศการท่องเที่ยวแบบบูรณาการระหว่างภูมิภาค

5. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม โดยยกระดับท่าอากาศยานนานาชาติดานังให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ปรับปรุงถนนเลียบชายฝั่งและเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคและขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

6. ปรับแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน ทันสมัย ​​โดยยึด “ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว” เป็นศูนย์กลาง ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติ เช่น Son Tra, Ba Na และ Cu Lao Cham รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม

7. ส่งเสริมการพัฒนา “การท่องเที่ยวยามค่ำคืน” ถือเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว และขยายห่วงโซ่คุณค่าทางการท่องเที่ยวให้ยาวนานยิ่งขึ้น

8. สนับสนุนการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) ส่งเสริมการยกระดับเกณฑ์มาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสีเขียวของจังหวัดกว๋างนาม (เดิม)[2] ให้เป็นมาตรฐานระดับชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล[3] รวมถึงดำเนินโครงการในการประยุกต์ใช้เกณฑ์ดังกล่าวในนครดานังแห่งใหม่ในช่วงปี 2569-2570 และขยายผลสู่จังหวัด/นครอื่น ๆ ทั่วประเทศในช่วงปี 2571-2573

* * * * *

ที่มา:

  • สำนักข่าว Bao Da Nang เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568

https://baodanang.vn/da-nang-va-co-hoi-but-pha-thanh-trung-tam-du-lich-tam-khu-vuc-va-quoc-te-3264594.html

  • สำนักข่าว Vietnam National Authority Of Tourism เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568

https://vietnamtourism.gov.vn/en/post/21070


[1] สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น เครื่องบิน A380 ของบริษัท Airbus ได้ โดยปัจจุบันมีเพียงท่าอากาศยาน Tan Son Nhat และท่าอากาศยาน Da Nang ที่ได้มาตรฐาน 4F

[2] เป็นจังหวัดแรกในเวียดนามที่ประกาศใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวสีเขียวตั้งแต่ปี 2564 โดยเป็นผลจากความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคและการเงินจากสำนักงานเลขาธิการแห่งรัฐสวิสด้านกิจการเศรษฐกิจ (Swiss State Secretariat for Economic Affairs: SECO) และโครงการการท่องเที่ยวยั่งยืนของสวิสในเวียดนาม (Swiss Tourism for Sustainable Development in Viet Nam: ST4SD)

[3] เช่น มาตรฐาน Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) และ Green Key (โครงการระหว่างประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการและลดการใช้พลังงาน ทรัพยากรในโรงแรมและสถานประกอบการที่พัก)

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง



ดูข่าวทั้งหมด

THAIBIZ VIETNAM

THAILAND BUSINESS INFORMATION CENTER

  • หน้าแรก
  • ประชาสัมพันธ์
  • ข่าว
  • ศูนย์ธุรกิจไทยในเวียดนาม
  • บทความ
  • มีเดีย
  • กฎระเบียบที่ควรรู้
  • ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อมูลรายจังหวัด/นคร

ยอดผู้เข้าชม

13

กำลังเข้าชมขณะนี้

768791

เข้าชมทั้งหมด