
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นาย Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ลงนามในข้อมติเลขที่ 1711/QĐ-TTg อนุมัติแผนการพัฒนานครโฮจิมินห์ ระยะปี ค.ศ. 2021-2030โดยมีวิสัยทัศน์ถึงปี ค.ศ. 2050 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนานครโฮจิมินห์ให้เป็นเมืองระดับโลกที่มีอารยธรรม ทันสมัย และสร้างสรรค์ มีทรัพยากรมนุษย์คุณภาพสูง มีบริการและอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล รวมถึงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การค้า การบริการ วัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเวียดนาม มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับนานาประเทศ และมีพัฒนาการที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเวียดนาม และสูงกว่าเกณฑ์ประเทศรายได้สูง ตลอดจนเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตสูง มีเอกลักษณ์ มีสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
แผนการพัฒนานครโฮจิมินห์ฉบับข้างต้นได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในระยะปี ค.ศ. 2021-2030 ดังนี้
1. ด้านเศรษฐกิจ
1.1 มีอัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) เฉลี่ยร้อยละ 8.5-9 ต่อปี และประชาชนมีรายได้เฉลี่ย 385-405 ล้านด่ง (14,800-15,400 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคนต่อปี ภายในปี ค.ศ. 2030
1.2 ธุรกิจภาคส่วนต่าง ๆ มีสัดส่วนต่อ GRDP ดังนี้ (1) ภาคบริการ มากกว่าร้อยละ 60 (2) ภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ประมาณร้อยละ 27 โดยอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูปมีสัดส่วนร้อยละ 22 และ (3) ภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และการประมง ร้อยละ 0.4
1.3 มุ่งพัฒนาให้เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 40 ของ GRDP
2. ด้านสังคม
2.1 มีจำนวนประชากรประมาณ 11 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2030 และตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนเป็น 14.5 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2050
2.2 มีอัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานทางสังคม (Social Labour Productivity) ร้อยละ 7
2.3 มีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index: HDI) 0.85
2.4 มีอัตราการขยายตัวของเมือง (Urbanization) สูงกว่าร้อยละ 90 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาตำบลและอำเภอต่าง ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานชนบทรูปแบบใหม่ทั้งหมด และการพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานชนบทอัจฉริยะอย่างน้อยร้อยละ 50
2.5 เพิ่มเกณฑ์เส้นความยากจนของนครฯ ให้สูงเป็นสองเท่าของระดับมาตรฐานของประเทศ โดยไม่มีครัวเรือนที่ยากจนตามมาตรฐานของประเทศ และมีครัวเรือนที่ยากจนตามมาตรฐานของนครฯ น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ภายในปี ค.ศ. 2030
ทั้งนี้ นครโฮจิมินห์จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาสาขาต่าง ๆ ในระยะต่อไป ดังนี้
1. ภาคการเกษตร (1) เน้นการพัฒนาเกษตรกรรมเชิงเทคเทคโนโลยีชั้นสูง เกษตรกรรมเชิงนิเวศและเกษตรอินทรีย์ โดยใช้เทคโนโลยีและวิธีการทางเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมเกษตรกรรมสีเขียวและยั่งยืน โดยลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเชื่อมโยงเกษตรกรรมกับการท่องเที่ยว (2) จัดตั้งพื้นที่เพื่อผลผลิตทางการเกษตรแบบรวมศูนย์ และเขตเกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโยยีชั้นสูงในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ และทางใต้ของนครฯ และ (3) เน้นผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพสูงและมีข้อได้เปรียบ
2. ภาคการป่าไม้ (1) เน้นการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ป่าไม้บนที่ดินที่มีการกำหนดให้เป็นเขตป่าไม้ ควบคู่กับการพัฒนาป่าไม้กับบริการด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ (2) ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าคุ้มครอง Can Gio บนพื้นที่กว่า 200 เฮกตาร์
3. ภาคการประมง (1) มีแผนการพัฒนาศูนย์ประมงของนครโฮจิมินห์ในเขต Can Gio เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการแปรรูปขั้นสูง และเป็นที่ตั้งของท่าเรือประมง (2) มีแผนการพัฒนาพื้นที่เลี้ยงกุ้งน้ำกร่อยประมาณ 4,476 เฮกตาร์ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเล ประมาณ 1,000 เฮกตาร์ และพื้นที่เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาสวยงาม ประมาณ 100 เฮกตาร์ และ (3) จัดตั้งศูนย์การค้าปลาสวยงาม เพื่อเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว
4. ภาคอุตสาหกรรม เน้นการพัฒนา (1) อุตสาหกรรมหลัก อาทิ การออกแบบ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และวงจรรวม (Integrated Circuit: IC) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ (Printed Electronics: PE) ชิป แบตเตอรี่ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ วัสดุใหม่ อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลที่มีความแม่นยำและใช้ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม (2) อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมชีวเคมี เภสัชกรรม อุตสาหกรรมการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหรรมสนับสนุนเทคโนโลยีชั้นสูง (3) ปรับโครงสร้างและเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมเดิม อาทิ อุตสาหกรรมรองเท้า เสื้อผ้า สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และไม้ และ (4) สนับสนุนและควบคุมการใช้เทคโนโลยีและพัฒนาระบบนิเวศอย่างครบวงจร ดึงดูดผู้ประกอบการให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง และส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย มีระบบอัตโนมัติ และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. ภาคการก่อสร้าง เน้นการพัฒนาที่ครอบคลุม ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย วัสดุใหม่ และใช้พลังงานหมุนเวียน
6. ด้านการค้า (1) เน้นพัฒนาการค้าให้ทันสมัย มีอารยธรรม และสอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรม (2) เน้นการสร้างแบรนด์สินค้าที่มีคุณภาพสูง การมีส่วนร่วมในระบบการจัดจำหน่ายและห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก และพัฒนาตลาดส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์หลักของภาคตะวันออกเฉียงใต้เวียดนาม (3) ยกระดับนครโฮจิมินห์ให้เป็นศูนย์กลางของ E-commerce ในภาคตะวันออกเฉียงใต้เวียดนาม และ (4) พัฒนาช่องทางการค้าปลีก ปรับเปลี่ยนระบบห่วงโซ่อุปทานของการค้าส่งให้เป็นดิจิทัลและมีความเป็นมืออาชีพ ยกระดับการเชื่อมโยงและปรับปรุงบริการการค้าและบริการระหว่างประเทศ และเน้นการส่งออกสินค้าหลักที่สำคัญ
7. การบริการโลจิสติกส์ เร่งผลักดันการพัฒนาบริการโลจิสติกส์ พร้อมสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค และสร้างธุรกิจโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง ลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีในการจัดการที่ทันสมัยในการดำเนินงานของศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการบูรณาการกับศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคและระดับโลก
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Bao Chinh Phu เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2567