
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนและการค้านครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Investment and Trade Promotion Center: ITPC) จัดการประชุมระหว่างผู้นำนครฯ กับภาคธุรกิจที่มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “Super City นครโฮจิมินห์: การพัฒนาอย่างยั่งยืนพร้อมโอกาสใหม่”
ในการประชุม นาย Truong Minh Huy Vu ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาการพัฒนานครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City Institute for Development Studies: HIDS) ได้เสนอทิศทางการพัฒนานครโฮจิมินห์ สำหรับช่วงปี 2568-2573 โดยมีวิสัยทัศน์จนถึงปี 2588 โดยมีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่
1. อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมท้องถิ่น (GRDP) เฉลี่ยร้อยละ 10-11 ต่อปี
2. GRDP ต่อหัวประชากรประมาณ 14,000-15,000 ดอลลาร์สหรัฐ
3. การขยายตัวของผลิตภาพรวม (TFP) คิดเป็นร้อยละ 60 อัตราการเติบโตของ GRDP
4. เศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนร้อยละ 30-40 ของ GRDP
5. พัฒนาเป็นมหานครระดับนานาชาติ และติดอันดับ 1 ใน 100 เมืองชั้นนำของโลกภายในปี 2588
นครโฮจิมินห์จะขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. ปรับปรุงกรอบกฎหมาย โดยจัดทำกลไกพิเศษด้านพลังงานหมุนเวียน แก้ไขอุปสรรคภาคอสังหาริมทรัพย์และเงินทุน พร้อมวางกรอบกฎหมายสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
2. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าสูง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ และเพิ่มงบด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้ถึงร้อยละ 2-3 ของ GRDP
3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น โครงการท่าเรือขนส่ง Can Gio และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์การเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC)
4. ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง (High-quality FDI) โดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม
5. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งเป้าให้ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) สูงกว่า 0.8 ภายในปี 2573 มีแรงงานจบระดับอุดมศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 24 และมีนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างน้อยร้อยละ 35
ในระหว่างการประชุม ผู้แทนจากภาคธุรกิจ FDI ได้ระบุถึงปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนในนครโฮจิมินห์ เช่น ขั้นตอนทางกฎหมายซับซ้อนและใช้เวลานาน ระบบกฎหมายยังไม่สมบูรณ์และขาดความโปร่งใส โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมจำกัด และต้นทุนแรงงานเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงได้เสนอแนวทางพัฒนา อาทิ (1) ลดความซับซ้อนของขั้นตอนทางกฎหมาย และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดตั้งธุรกิจ การนำเข้า การขอใบอนุญาตทำงาน และการออกวีซ่า (2) เร่งสร้างศูนย์ IFC พร้อมกลไกอิสระตามมาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการเงินสีเขียว FinTech และนวัตกรรม (3) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ และระบบขนส่งสาธารณะ (4) ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานหมุนเวียน ผ่านความร่วมมือภาครัฐและภาคเอกชน (5) พัฒนาบุคลากรคุณภาพสูง และ (6) ปรับปรุงกรอบกฎหมายด้านดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และความปลอดภัยข้อมูลเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม
นาย Nguyen Van Duoc ประธานคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์ชื่นชมข้อเสนอจากภาคธุรกิจ FDI และยืนยันว่านครฯ กำลังดำเนินกลยุทธ์เชื่อมโยงกับจังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดด่งนาย และจังหวัดเต็ยนิญ ควบคู่กับการปฏิรูประบบราชการเพื่อลดขั้นตอน เวลา และต้นทุนของภาคธุรกิจอย่างน้อยร้อยละ 30 รวมถึงยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า เวียดนามและนครโฮจิมินห์จะมุ่งดึงดูดเงินลงทุน FDI คุณภาพสูงที่เชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยยึดภาคธุรกิจเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา คุ้มครองสิทธิของนักลงทุน และเร่งแก้ไขอุปสรรคให้ภาคเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาวที่เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว BNews เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568
https://bnews.vn/tp-ho-chi-minh-xay-dung-chien-luoc-thu-hut-fdi-chat-luong-cao/393855.html
2. สำนักข่าว VietnamNet เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568
https://vietnamnet.vn/dn-nuoc-ngoai-chi-ra-diem-nghen-khi-dau-tu-o-tphcm-2457871.html