
นครดานังกำลังเดินหน้าผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดแหล่งเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าสู่ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Center: IFC) ของนครฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำของประเทศ ซึ่งขณะนี้
ในงานพบปะนักธุรกิจญี่ปุ่นช่วงต้นปี 2569 นาย Mori Takero กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครดานัง เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงสุดในนครดานัง ด้วยจำนวน FDI 301 โครงการ และมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ การเริ่มดำเนินงานของศูนย์ IFC ควบคู่กับแผนการเปิดเส้นทางบินตรงเพิ่มเติมระหว่างญี่ปุ่นกับนครดานังคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเข้ามาลงทุนในนครฯ ของสถาบันการเงิน ธนาคาร และบริษัทขนาดใหญ่ให้เข้ามาแสวงหาโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทต่างชาติอีกจำนวนมากก็เริ่มเข้ามาศึกษาตลาดในนครดานังอย่างจริงจัง โดยตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์ Victory ในฮ่องกงมองว่า นครฯ มีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายธุรกิจในด้านการเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่าง
จากการประเมินของ Da Nang Young Businessmen Association (YBA Da Nang) นครดานังถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เนื่องจากนครฯ มีเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองมีการบริหารงานที่โปร่งใส และเป็นมิตรต่อธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่
ปัจจุบัน ศูนย์ IFCในดานังได้บรรลุผลลัพธ์เบื้องต้นที่น่าพอใจ โดยมีองค์กรและนักลงทุนประมาณ 85 รายแสดงความสนใจเข้าร่วม ในจำนวนนี้ มี 12 รายที่ได้รับใบรับรองการเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการแล้วอีก 11 รายได้รับหนังสือแสดงความสนใจ ขณะที่อีก 9 รายกำลังอยู่ในขั้นตอนจัดเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งต่างสะท้อนถึงแรงดึงดูดในระยะเริ่มต้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของตลาดการเงินเวียดนาม
สำหรับปี 2569 นครดานังวางแผนเร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทาง ดังนี้
- ขยายการประชาสัมพันธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างการรับรู้ของศูนย์ IFC
- พัฒนาอัตลักษณ์ของศูนย์ IFC ให้ชัดเจน
- จัดทำและเผยแพร่เอกสารข้อมูลเพื่อสนับสนุนการลงทุน
- ผลักดันความร่วมมือผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
- เชื่อมโยงและดึงดูดนักลงทุนยุทธศาสตร์และนักลงทุนสำรอง
- จัดสัมมนาแนะนำขั้นตอนและกระบวนการเข้าร่วมศูนย์ IFC
- สนับสนุนองค์กรที่สนใจผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
- ให้ข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมการลงทุนและขั้นตอนการอนุญาตอย่างครบถ้วน
- พัฒนาระบบนิเวศการเงินสมัยใหม่ พร้อมผลักดันตลาดเฉพาะทางทางการเงิน เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล และการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) ภายใต้กรอบการทดลองแบบ Sandbox เพื่อรองรับการระดมทุนโครงสร้างพื้นฐาน
- ยกระดับและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานศูนย์การเงินสากล
BIC นครโฮจิมินห์ เห็นว่า การเร่งดึงดูดเงินทุนและพัฒนาศูนย์ IFC นั้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนครดานังในการผลักดันการพัฒนานครฯ สู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับภูมิภาคในระยะยาว ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนไทย โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงิน เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และการเงินดิจิทัล ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ การที่นครดานังมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกระดมทุนใหม่ ๆ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในภาคกลางของเวียดนามได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความชัดเจนของกรอบกฎหมายของเวียดนาม โดยเฉพาะในส่วนของ Sandbox และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้อย่างเหมาะสม
* * * * *
ที่มา: 1. สำนักข่าว Bao Da Nang เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569
https://baodanang.vn/thu-hut-nha-dau-tu-vao-trung-tam-tai-chinh-quoc-te-tai-da-nang-3329142.html
2. สำนักข่าว VOV เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569