
บริษัท Savills Vietnam บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ทีมีกิจการในเวียดนามระบุว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของการเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนามในทศวรรษหน้า ครอบคลุมโครงการยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ ทางด่วนสายเหนือ–ใต้ ท่าอากาศยานนานาชาติ Long Thanh ระบบถนนวงแหวนรอบเมืองหลัก และโครงการพลังงาน LNG หลายแห่ง โดยเมื่อโครงการเหล่านี้แล้วเสร็จจะช่วยปรับโครงสร้างภูมิทัศน์เมือง เชื่อมโยงศูนย์กลางการเติบโตใหม่ และขยายแนวพัฒนาออกไปสู่เขตปริมณฑลและจังหวัดรอบเมืองใหญ่ เช่น บิ่ญเซือง ด่งนาย ไฮฟอง และกว๋างนิญ กลายเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคาดการณ์ว่า ภายในปี 2578 GDP ของเวียดนามอาจขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าจากระดับปัจจุบัน ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7–8/ปี ขณะที่อัตราการกลายเป็นเมือง (urbanization) จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 และชนชั้นกลางอาจขยายตัวเป็นร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด
นาย Troy Griffiths รองกรรมการผู้จัดการบริษัท Savills Vietnam กล่าวว่า อัตราการขยายตัวของเมืองจะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้พื้นที่รอบนอกของเมืองใหญ่อย่างกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน แต่เศรษฐกิจเวียดนามยังมีความยืดหยุ่นสูงจากการปฏิรูปเชิงนโยบาย ความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในประเทศ และการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีคุณภาพ โดยในช่วงปี 2568–2578 จะเป็นระยะเปลี่ยนผ่านสำคัญของเวียดนามสู่ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศในห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาคและสร้างอุปสงค์ใหม่ด้านที่อยู่อาศัย สำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในพื้นที่รอบเมืองหลัก ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวียดนามกำลังเดินหน้าปฏิรูประบบกฎหมาย กลไกระดมทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในการกำกับดูแลตลาดเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่โปร่งใสและทันสมัยมากขึ้น พร้อมกันนี้ ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับการลงทุนสีเขียวโดยเวียดนามกำลังขยับบทบาทขึ้นเป็นผู้นำด้าน Net Zero และโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน
ตามรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ของบริษัทฯ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนามโดยรวมยังคงแสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในนครโฮจิมินห์ อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานและค้าปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 90 ขณะที่ตลาดอพาร์ตเมนต์มีพื้นที่ใหม่ราว 5,200 unit และอัตราการเช่าที่ร้อยละ 51ส่วนกรุงฮานอยมีพื้นที่ใหม่กว่า 6,300 unit พร้อมอัตราการเช่าสูงกว่าร้อยละ 80