
บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ Coldwell Banker Richard Ellis (CBRE) เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในเวียดนามกำลังเผชิญกับภาวะราคาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในนครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการเงินของประเทศ ส่งผลให้นครฯ ติดอันดับหนึ่งในเมืองที่มีที่อยู่อาศัยแพงที่สุดในเอเชียเมื่อเทียบกับรายได้เฉลี่ยของประชากร
จากข้อมูลของ CBRE พบว่า ช่องว่างระหว่างราคาที่อยู่อาศัยกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนในนครโฮจิมินห์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยที่ลดลง โดยราคาอพาร์ตเมนต์ในนครโฮจิมินห์ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร ขณะที่รายได้เฉลี่ยของประชาชนอยู่ที่ 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคนต่อปี ทำให้นครโฮจิมินห์มีอัตราส่วนรายได้ต่อราคาที่อยู่อาศัย[1] ร้อยละ 2.7 ติดอันดับ 5 เมืองที่มีค่าครองชีพด้านที่อยู่อาศัยสูงที่สุดในเอเชีย รองจากฮ่องกง (ร้อยละ 1.7) กรุงมะนิลา (ร้อยละ 2.3) กรุงโซล (ร้อยละ 2.3) และกรุงฮานอย (ร้อยละ 2.3) อนึ่ง ข้อมูลจากกระทรวงการก่อสร้างเวียดนามเปิดเผยว่า ในปี 2567 ราคาของอพาร์ตเมนต์ในนครโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 เมื่อเทียบกับปี 2566
เว็บไซต์ Batdongsan.com.vn[1] ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประชาชนในนครโฮจิมินห์ต้องใช้เวลาทำงานเก็บเงินถึง 53 ปี เพื่อซื้อบ้าน และ 24 ปี เพื่อซื้ออพาร์ตเมนต์ และแม้แต่ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มร้อยละ 20 ของผู้มีรายได้สูงสุดในเวียดนาม (รายได้ 13-20 ล้านด่ง (509 – 783 ดอลลาร์สหรัฐ)/เดือน) ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากในการซื้อบ้านเช่นกัน ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ คนวัยทำงานใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 10-15 ปี ในการซื้อบ้าน
ดร. Nguyen Van Dinh ประธานสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เวียดนาม (Vietnam Association of Realtors: VARS) เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา รัฐบาลเวียดนามได้ออกนโยบายด้านสินเชื่อและกฎระเบียบด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้อุปทานที่อยู่อาศัยลดลงเป็นอย่างมาก ในขณะที่อุปสงค์ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ยังคงเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ราคาที่อยู่อาศัยในเขตเมืองจะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากที่ดินมีจำกัด ต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ได้ยากขึ้น
อนึ่ง ข้อมูลจาก CBRE เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในปี 2567 มีการเปิดขายอพาร์ตเมนต์ใหม่ในนครโฮจิมินห์(และกรุงฮานอย) รวม 40,000 ยูนิต โดยร้อยละ 90 เป็นอพาร์ตเมนต์ระดับ high-end ที่มีราคาสูงกว่า 60 ล้านด่ง (2,361 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อตารางเมตร โดยปัจจัยต่าง ๆ อาทิ กรอบราคาที่ดินใหม่ ต้นทุนที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าแรงงาน ค่าก่อสร้าง และค่าขนส่ง ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยยังคงปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ให้ความเห็นว่า ในระยะยาว เวียดนามควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมให้ประชากรย้ายไปยังพื้นที่ชานเมือง เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุนที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* * * * *
ที่มา: สำนักข่าว Vietnam news เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568
[1] Batdongsan.com.vn เป็นเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเวียดนาม ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อ-ขาย เช่า และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ
[1] อัตราส่วนที่สูงขึ้นบ่งชี้ถึงความสามารถในการซื้อที่ดีขึ้น ในขณะที่อัตราส่วนที่ต่ำลงหมายถึงความสามารถในการซื้อที่ลดลง
[1] ควบคู่กับกรุงฮานอย