
อุตสาหกรรมอาหารทะเลของเวียดนามกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศ ห้ามนำเข้าสินค้าประมงบางประเภทจากเวียดนามเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โดย National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ของสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อรัฐบาลเวียดนามว่า การทำการประมงของเวียดนามขัดต่อกฎหมาย Marine Mammal Protection Act (MMPA) ของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น โลมาและวาฬ และไม่รับรองมาตรฐานวิธีการทำประมง 12 ประเภทของเวียดนาม โดยวิธีทำประมงที่ถูกรวมในประกาศการห้ามนำเข้าสินค้านี้ ได้แก่
- การใช้อวนติดตา (gillnet)
- อวนล้อมจับ (purse seine)
- อวนลาก (trawl)
- การตกปลาด้วยเบ็ดมือ (handline)
มาตรการห้ามนำเข้าจะเริ่มบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกสำคัญจำนวนมาก เช่น ทูน่า แมคเคอเรล ล็อบสเตอร์ ปู หมึก ปลาทะเลต่าง ๆ โดยคาดว่าอุตสาหกรรมจะสูญเสียรายได้ราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สินค้าที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ ทูน่า ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 387 ล้านดอลลาร์ จากยอดส่งออกทูน่ารวม 1 พันล้านดอลลาร์ ในปีที่ผ่านมา
เพื่อลดผลกระทบ VASEP ได้เสนอให้รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการเร่งด่วน ได้แก่
- จ้างที่ปรึกษาสหรัฐฯ เพื่อให้คำแนะนำด้านเทคนิค
- เจรจากับ NOAA เพื่อขอมาตรการผ่อนผัน
- จัดทำแผนสำรองสำหรับผู้ส่งออก
ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเวียดนามเองก็ต้องปรับตัว เช่น ปรับปรุงวิธีการทำประมงให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยกระดับคุณภาพสินค้า และกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงตลาดเดียว และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว